เก็บตกจากฮ่องกง#2

posted on 16 Sep 2009 15:50 by mountainblue in Travel

กลับมาเก็บตกกันต่อ

 

เมื่อเครื่องบิน Landing เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การผจญภัยของเด็กอายุ 31 ขวบ (เด็กตรงไหนหว่า) ก็เริ่มขึ้น เมื่อเดินออกจากเครื่อง ก็เดินไปตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจะต้องนั่งรถไฟไปอีก terminal ก็ผ่านมาอย่างสะดวก (อย่ามาถามไรตูเราตอบไม่รู้เรื่องด้วย เอา) จากนั้นก็เดินมารับกระเป๋า สงสัยหน้าตาดีเกินไป ตรวจคนเข้าเมืองก็เดินปรี่ตรงมาที่เราเลย

"Hello !@!!??//#$ บลาๆๆๆๆๆๆ Where u come from? (จับได้แค่ประโยคท้ายแหละ 555)

Thailand

ยังถามต่ออีก บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ มากี่วัน

3 วัน  

จนพี่ชายเดินเข้ามาหา ถามว่ามีอะไร ก็ถามอะไรนิดหน่อย แล้วก็จากไป เราสองคนเดินมาที่ชั้นแรกตรงไปที่เคาน์เตอร์ของบัตร octopus หรือบัตรปลาหมึก มีบัตรนี้บัตรเดียวใช้แทนการใช้เงินสด ไม่ว่าจะเป็นค่ารถไฟฟ้าใต้ดิน MTR, ค่าเรือเฟอร์รี่, ค่ารถราง หรือใช้ได้ในเซเว่น สะดวกจริงๆ

           

                                                บัตรปลาหมึก หรือ OCTOPUS CARD

จากนั้นก็เดินออกจากTerminal เดินไปข้างนอกเพื่อรอรถเมล์สาย S1 เพื่อไป MRT Tung Chung (ตุงซุง) เดินเข้ามาก็เกิดปัญหากับตัวเองอีกแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อวางบัตรปลาหมึกไปแล้ว พยายามจะเอาทั้งตัวเองและกระเป๋าเดินทางเข้าไปตามช่องทาง แต่แล้วมันดันติดกระเป๋า และแทนที่จะเอาตัวเองเข้ามาก่อนแล้วค่อยดึงกระเป๋าตามมา กลายเป็นว่า ไม่ได้เข้าทั้งคนทั้งของ แต่พี่ชายเข้าไปได้เรียบร้อย

"เฮ้ย...โก ทำไงดีวะ"

"ลองวางบัตรใหม่ดิ"

"ตื้ด ตื้ด" กลายเป็นเสียงแบบนี้มาแทน ก็มันเข้าไปได้ เพราะเครื่องมันจำว่าเราได้เข้าไปแล้ว แต่ความจริงยังเข้าไม่ได้

"เต้ ช่วยไม่ได้วะ เต้ต้องไปบอกพนักงานเขาน่ะ

"ห๊า คุยภาษาอังกฤษอีกแล้วเนี่ยนะ" (ได้ข่าวมาเที่ยวคราวนี้ ยอมเป็นใบ้ 3 วัน) 

เราเลยต้องไปเดินที่เคาน์เตอร์ของพนักงาน ตอนเดินก็พยายามนึกคำพูด

"Excuse me, i have a problem...(พร้อมทำชูบัตรปลาหมึกนั่นให้เห็น) อืม i want............" ยังพูดไม่จบประโยค อีตานั่นก็พูดสวนกลับมา พร้อมกลับดึงบัตรไป ทำนู้นทำนี่ พร้อมกับพูดว่า "โอเค ยูสามารถเข้าได้แล้ว ไอจัดการให้เรียบร้อยแล้ว"

"ห๊า" จะพูดเร็วไปไหนวะ" ฟังไม่ทันโว้ย อาศัยดูท่าทางเค้าไปด้วยจึงพอจะเข้าใจ เดินเข้าไปใหม่คราวนี้เรียบร้อย เพราะเรายกกระเป๋าให้พี่ลากไปเรียบร้อยแล้ว อิอิ

จากรถไฟฟ้าใต้ดินตุงซุง เจ้าพี่ชายก็พาเรานั่งไปอีกหลายขบวน จนมาถึงสถานีจอร์แดน ซึ่งโรงแรมที่จองไว้อยู่ข้างบนสถานีนี้ ขาออกจากรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่พลาดอีกแล้ว ให้พี่มันเดินไปก่อน แล้วเราก็ยกกระเป๋า (ซึ่งยังเบาอยู่) ข้ามไปก่อน แล้วตัวเองค่อยเอาตัวออกตามไป เดินขึ้นมาจากสถานีรถไฟฟ้า เช็กอินเข้าที่พัก ความง่วงเริ่มมาเยือน ล้มตัวลงนอน หลับไปได้อีกสัก 10 นาที ถูกเจ้าพี่ชายแสนดีไล่ให้ไปล้างหน้าเตรียมตัวไปเที่ยว

                        

                                                  โรงแรมที่พัก อยู่ตรงถนนนาธาน

ออกจากโรงแรม เดินตรงไปยังถนนนาธาน เพื่อไปขึ้นรถเมล์สายอะไรจำไม่ได้ (เพราะวันแรก  จำอะไรไม่ได้เลย มัวแต่ตื่นเต้นกับประหม่า) รู้แต่วันขึ้นรถเมล์ขึ้นเขา เพื่อไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม ริมทะเล คราวนี้อาโกเราจำผิดป้าย ต้องลงเดินลงเขามาประมาณ 1 กิโลเมตร เข้ามาเหมือนเป็นสวนสาธารณะที่ติดชายหาด Repulse Bay เดินลัดเลาะไปจนเห็นองค์เจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เข้าไปกราบไหว้ ขอพร ทางขวามือเป็นสะพานสีแดงๆ คนจีนเชื่อกันว่า เดินข้ามสะพานนี้ 1 ครั้ง อายุจะยืนเพิ่มขึ้นอีก 3 ปี ไม่รอช้าชวนไปข้ามทันที 

                      

                  

                  

                              โยนเหรียญเข้าปากปลานี้แหละ (ใช้ความพยายามอยู่นาน)

พอเดินลงมาจะเห็นรูปปั้นปลาแห่งความมั่งคั่ง ผู้คนมักนิยมโยนเหรียญใส่ปากปลา โดยเชื่อว่าหากโยนเข้าปากปลา พรที่ขอไปจะสัมฤทธิผล ปลาเป็นหนึ่งในสัตว์มงคลของชาวจีน โดยเฉพาะปลาหลีฮื้อ ซึ่งมีความหมายว่า ไม่ว่าชีวิตเราจะทำอะไรก็ตามจะมีแต่ความสำเร็จไม่เสียเวลาทั้งพี่ทั้งน้องควักเหรียญมาโยน จนประสบผลสำเร็จทั้งสองคน (ไชโยๆๆๆ) ออกจากวัดเจ้าแม่กวนอิม แวะ 7-11 ซะหน่อย หาอะไรรองท้อง พี่ชายคิดว่าตอนเย็นจะขึ้นเดอะพีค และค่อยไปดูการแสดงแสงสีมัลติมีเดียซิมโฟนี ออฟ ไลท์ จากตึกระฟ้าตรงอ่าววิคทอเรีย รวมถึงอะเวนิว ออฟ สตาร์

                                            

                   

                               ฝ่ามือของดาราคนดัง ยกเว้น Bruce Lee (ขืนมีคงได้วิ่งป่าราบ 555)

ซึ่งเมื่อไปถึง ถ่ายรูปเล่นได้สักพัก ก็มีเสียงบอกมาว่า วันนี้งดการแสดงหนึ่งวัน เนื่องจากฝนกำลังจะตก และมีลมแรงมาก (ยืนอยู่แทบตัวปลิว) เลยได้แต่ถ่ายรูปตึกสูงระฟ้าไว้อย่างเดียว ตอนนั้นตัวเองเริ่มเมื่อยขาแล้ว แต่ก็ยังมีแรงพอที่จะไล่เดินดูฝ่ามือของซูเปอร์สตาร์ของฮ่องกง จะได้เวลากลับเข้าโรงแรม แอบพี่ชายไปช็อปปิ้ง ได้เสื้อผ้ามา 5 ตัว แถมเร่ิมสปีกอิงลิชคล่องขึ้น 555 กลับขึ้นมาอาบน้ำ แล้วก็หลับผล่อยในเวลาอันรวดเร็ว เป็นการปิดฉากตะลุยฮ่องกงวันแรก ซึ่งวันรุ่งขึ้นโปรแกรมการเที่ยวจะอยู่ Disneyland

จะเป็นอย่างไร เมื่อเด็กโข่งอายุ 36 กะ 31 ขวบ ตะลุยโลกแห่ง Disneyland รอตามอ่านต่อไปนะ

 

Comment

Comment:

Tweet

น่าสนุกจังอยากไปมั้งแล้วค่ะ

#5 By Seery on 2009-10-28 17:43

ฮ่องกงนี่สวยจังครับ เคยแต่ไปนั่งดูตึกดูไฟ

ป.ล. เคยไปวัดรอยมือ เฉินหลงมาด้วย
ปรากฎว่าเท่ากันแป๊ะ ยังกับคนเดียวกัน อิอิ confused smile

#4 By shoye on 2009-09-25 20:05

อายุเท่าไรถ้าไปเที่ยวต่างถิ่นก็ตื่นเต้นเหมือนเด็ก ๆ ได้ค่ะ
ก็ใจยังเด็กอยู่นี่เนาะ


อ่านแล้วอยากไปฮ่องกงอีกจังเลย

#3 By Bxjapan on 2009-09-17 22:20

น่าไปไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมbig smile open-mounthed smile

ดีจังเด็กพี่น้องสองคนไปเที่ยวดิสนี่ย์ big smile open-mounthed smile ไว้รอชม

#2 By Recycle Boy on 2009-09-17 14:21

55+ เด็ก 2 คนนี้ไปดิสนี่แลนด์คงน่ารักดีเนอะ

อยากให้เมืองไทยมีการ์ดปลาหมึกบ้าง ท่าจะสะดวกดี

ติดตามต่อไปครับ

#1 By นายอุ๊ย!! on 2009-09-17 14:12