โทรศัพท์รำลึก ตอนที่ 2

posted on 24 Jun 2009 15:47 by mountainblue

เมื่อคืนก่อนหิวข้าวสุดๆ เลยต้องวางมือเขียนบล็อค จบลงด้วยมือถือเครื่องที่ 3 โนเกีย 3660 พอเครื่องมันเริ่มแฮงค์ ก็เกิดอยากจะเปลี่ยนเครื่องซะยังงั้น แต่ไม่มีตังค์ ก็เลยเอาเครื่องไปเทิร์น ตอนนั้นคิดอะไรก็ไม่รู้ ไปเทิร์นเอา เจ้า 7650 มา ทั้งที่ความจริงแล้ว รุ่นนี้มันเก่ากว่า 3660 ซะอีก แถมยังเป็นจอสีรุ่นแรกของค่ายโทรศัพท์ค่ายนี้อีกมั้ง แต่ด้วยความที่อยากใช้มือถือแบบ Slide ก็เลยเปลี่ยนมาใช้

                                                        

ใช้เจ้าเครื่อง 7650 ไปได้เป็นปี เริ่มมีปัญหาอ่ะดิพี่น้องงง ปุ่มเปิดปิด Error ซะงั้น โห...ช่วงนั้น วุ่นวาย เซ็งงงงง ต้องไม่ให้แบตหมด เพราะถ้ามันหมด เปิดเครื่องโคตรยาก ยุ่งยากซะจริงๆ แถมตัวหนังที่หุ้มปุ่มกลมๆตัวกลาง ฉีกขาดอีก ยิ่งกดยากเข้าไปกว่าเดิม สุดท้ายเปลี่ยนเครื่องอีกแล้ว

                                                          

คราวนี้นอกใจ มาใช้ของอีกค่ายหนึ่ง โมโตโรล่า อี378 เพราะเห็นของเพื่อน ฟังเพลงเสียงชัดแจ๋ว ดังดีด้วย แถมราคาก็ไม่สูงมาก ตัดใจไปซื้อมา ของเพื่อนสีดำ เราก็อยากได้สีดำ แต่มันไม่มี เลยถอยสีขาวมาซะ ตอนแรกที่ใช้ก็งงบ้าง เพราะติดกับระบบของอีกค่าย แต่พอมาใช้เครื่องมันสลับกันหมด ก็นานเหมือนกันกว่าจะชิน

แต่ด้วยความที่เครื่องเป็นสีขาว และเป็นคนใช้โทรศัพท์ ไม่เคยทนุถนอมเลย จะตกจะหล่นจะบุบ ไม่มีระวัง มันเลยทำให้ 2 เดือนผ่านไป สภาพตัวเครื่องเหมือนผ่านศึกสงครามบุกป่าผ่าลุยเป็นปี ก็ใช้ไปอย่างนั้นแหละ จนหาหน้ากากเปลี่ยนก็ ไม่ค่อยมีของ สบโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ เดินเล่นในกาดสวนแก้ว เห็นร้านโทรศัพท์ สายตาเหลือบไปเห็นหน้ากากของรุ่นนี้ กระโจนคว้าขมับเลย (ราวก็ว่าจะมีใครมาแย่ง) ให้ช่างเปลี่ยนเดี๋ยวนั้น แปลงโฉมเครื่องกลายเป็นเครื่องใหม่ไปในบัดดล แต่หารู้ไม่ว่า ตูไม่ควรเปลี่ยนเลย เพราะตอนเปลี่ยน ช่างเค้าคงไปโดนลำโพง (รึเปล่า) กลายเป็นว่า เครื่องสวย แต่ไม่ได้ยินเสียงไปซะงั้น เลยต้องใช้สมอลท็อคแทน แสนจะโคตรรำคาญเลย เพราะถ้าออกไปข้างนอก อย่าหวังว่าจะได้ใช้ เพราะพูดยังไงมันก็ไม่ได้ยิน แต่ก็ทนๆๆๆๆๆๆ

จนกระทั่งวันหนึ่ง มันเริ่มพิการมากกว่าเดิม จากหูไม่ได้ยิน ตูดยังพังอีก (ชาร์ตแบตไม่เข้า) ทนไม่ได้จริงๆ แต่ไม่มีตังค์ เลยเป็นเครื่องแรกที่ขาย ขายทุกอย่าง ทั้งกล่อง คู่มือ ได้มา 1,xxx บาท

                                                  

เครื่องต่อมา เลยหวนกลับมาใช้ของค่ายเดิม ซื้อเครื่องนี้มาด้วยเหตุผลง่ายๆว่า ซื้อตามคนที่ชอบ (ณ ขณะนั้น) โนเกีย 6708 ก็เลยมาอยู่ในมือ เป็นระบบแบบหน้าจอสัมผัส ลูกเล่นเพียบว่างั้นเถอะ ได้เครื่องนี้ก็คุ้มนะ ใช้ทำงานได้หลายอย่าง (ซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน ไม่ใช่โว้ยยยยยยยยยยยยย) ทั้งงาน Micosoft word แถมเสียงเพลงดังได้ใจมาก ใช้เครื่องนี้อยู่ประมาณ 2 ปี วันหนึ่งก็เริ่มแฮงค์ อยู่ดีสัญญาณก็ไม่ซะงั้น กด Restart เป็นว่าเล่นก็ไม่มี ก็ถึงคราวเปลี่ยนเครื่องอีกหน

                                              

กลายเป็นเครื่องนี้ โนเกีย 6500 Slide เพราะว่าคนที่ชอบ (คนละคนกันแล้ว) เกิดอยากได้มือถือใหม่ ก็ชวนไปดู เค้าอยากได้ 6500 Classic แต่เราอยากได้แบบ slidee มากกว่า ก็เลยถอยออกมา  แต่เค้าดันไม่ถอยของเค้าออกมาวุ้ย ยิ่งตอนซื้อเจ้าเครื่องนี้มายิ่งฮา

"พี่ ร้านพี่ 6500 Slide เท่าไหร่"

"9,xxx บาทครับน้อง"

ตาลุกวาวเป็นประกาย เพราะเดินมาทั่ว MBK มีแต่ราคาหมื่นขึ้น ไม่รอช้า บอกคนขายเอา 1 เครื่อง เค้าก็เลยหายไปเอาของมาให้ พร้อมกลับมาแบบท่าทางหงอย กระซิบกระซาบ (แต่เราได้ยิน) กับคนในร้านว่า "บอกราคาน้องเค้าผิด"

นั่นไง ตูว่าแล้ว เพราะเครื่องเพิ่งออกมาใหม่ ทำไมร้านนี้ถึงถูกกว่าเพื่อน กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำนะพี่ เช่นเดียวกับ บอกราคาแล้วห้ามขึ้นราคานะเฮีย

"น้อง นี่ครับ แต่พี่บอกราคาผิดไป แต่พี่ก็ยืนราคาแรกกับน้อง"

โอ้โห...จริงใจแบบนี้ซิ ได้ใจเลย "โอเคพี่ งั้นเดี๋ยวพี่หาซอง หาสายคล้อง หาฟิล์มกันกระแทกให้ด้วย เผื่อจะขาดทุนน้อยลงหน่อย" รอยยิ้มและคำขอบคุณผุดขึ้นมาแทนหน้าหงอยๆ

จากนั้นมาก็เลยใช้เครื่องนี้ เป็นเวลา 2 เดือน เขียนไม่ผิดแน่ 2 เดือนเท่านั้น แล้วขายต่อเพื่อนไป ด้วยเหตุผลที่ว่า 1. บ่อยครั้งที่ไม่ค่อยได้ยินเสียงโทรศัพท์ ความสั่นสะเทือนไม่แรงพอทำให้ขารู้สึกได้ อิอิ 2. ศัตรูหัวใจก็ใช้รุ่นนี้เหมือนกัน เลยพาลขายให้กับเพื่อนในราคาถูกแสนถูก แต่เพื่อนก็ใช้ไม่ได้นานเท่าไหร่ เจ้าลูกชายวัยกำลังซน หลงคิดว่าโทรศัพท์เป็นเรือดำน้ำ เอาไปดำผุดดำว่าย จนใช้งานไม่ได้เลย

ขายเครื่องนั้นไปแล้ว ก็หวนไป 6708 อีกครั้ง เพราะเอาไปซ่อมแล้วจนใช้การได้เหมือนเดิม อยู่เป็นปี จนเมื่อต้นปีนี้เองมีเหตุให้ต้องเปลี่ยน เพราะลำโพงคงมีปัญหา

"ฮัลโหล ว่าไงเมิง"

"เฮ้ย กูไม่ได้ยินเสียงมึงวะ"

"ฮัลโหล ได้ยินเปล่า บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"

"บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"

"ไม่ได้ยิน"

"ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดด"

"เวง ได้ยินชัดเจนเลยวะเมิง"

คราวนี้เมื่อหาซื้อมือถือเครื่องใหม่ ซึ่งปัจจุบันกำลังใช้อยู่ เมียงๆมองๆจะใช้รุ่นไหน 5800 xpress Music ก็แวบเข้ามา แต่เบื่อกับจอสัมผัสแล้ว น้องชายก็แนะนำรุ่นนี้ เพราะมันทำงานบริษัทมือถือ

                                              

"เหมาะกับพี่เลย รุ่นนี้ น่าเล่น ราคาไม่แพงเท่าไหร่ สวยด้วย"

Search ดูในเว็บ จนได้ข้อมูลที่ลงตัวแล้ว E71 เลยเข้ามาสู่มือ แม้ตอนแรกจะยังไม่ชินกับปุ่มกด (บางทีเผลอคิดเป็นจอสัมผัส เอามือไปแตะ เอ๋ ไมมันไม่ไปหว่า แป่ว!) ก็เป็นโทรศัพท์ที่ลงตัวสำหรับอีกเครื่อง เพราะเดี๋ยวนี้ขี้เกียจพกพาโน้ตบุคออกไปไหน มีเครื่องนี้ เจอ WLAN ที่ไหนก็เล่นได้สบายไป รูปทรงก็สวยดี เอาเป็นว่า จะใช้เครื่องนี้ไปจนกว่ามันจะพังนั่นแหละ อิอิ

รำลึกมือถือของตัวเองมา 8 เครื่อง คงมีเครื่องไหนจะใช้รุ่นเดียวกับเพื่อนบ้างแหละเนาะ

Comment

Comment:

Tweet

ของผมเปลี่ยนมา 3 เครื่องแล้ว รุ่น 3210 (เครื่องแรก ใช้ทนมากๆ)surprised smile

#2 By Recycle Boy on 2009-06-25 15:27

เราก็เปลี่ยนมาหลายเครื่องเหมือนกันค่ะ ปัญหามักจะอยู่ที่ปุ่มกด กับตัวใส่ซิมข้างหลัง เอ๋อประจำ

กี่เครื่องๆเราก็ Nokia หมดเลย คงเพราะคุ้นกะ function มันด้วยแหละค่ะ ^^

#1 By + Lady + LiLiMu + on 2009-06-25 14:10